<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข้อมูลเครื่องสำอาง</title>
	<atom:link href="http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.beautygangshop.com/article</link>
	<description>เครื่องสำอาง การใช้เครื่องสำอาง วิธีการแต่งหน้า</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Jun 2011 14:05:37 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>การเลือกซื้อแปรงปัดแก้ม</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=81</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=81#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2011 14:05:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=81</guid>
		<description><![CDATA[        
ไม่ว่าสาวๆ จะแต่งหน้าด้วยตัวเองหรือไม่ก็ตาม  คุณควรจะมีแปรงแต่งหน้าดีๆ ไว้ใช้ส่วนตัวสัก 2-3 อัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะแปรงสามารถเป็นผู้ช่วยที่ดียามฉุกเฉินในวันงานได้เป็นอย่างดี 
ลักษณะของแปรงที่ดี
   ขนแปรงต้องนุ่มไม่ระคายผิว  หากใช้เพื่อทาลิปสติกหรือคอนซีลเลอร์  ต้องแข็งแรงพอที่จะสามารถปาดหรือเกลี่ยเครื่องสำอางที่มีความเข้มข้นสูงได้  หากใช้สำหรับตาแก้มและผิวหน้า ควรมีขนนุ่มและฟูเพื่อปัดผงแป้งให้กระจายทั่วบริเวณ
วิธีทดสอบแปรง
   ปัดแป้งลงบนส่วนของใบหน้าที่ต้องการแต่ง แล้วดูว่าขนแปรงให้ความรู้สึกนุ่มนวลขนาดไหน หรืออาจปาดลงบนฝ่ามือ แล้วดูว่ามีขนร่วงหลุดหรือไม่ อย่าลืมสังเกตดู ด้ามแปรงด้วย คือต้องไม่ยาวเกินไป เพราะจะทำให้การคุมทิศทางการปัดยากขึ้น
วิธีการดูแลรักษาแปรง
   ทำความสะอาดแปรงด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ ทุกๆ 3-5 เดือน ห้ามล้างด้วยน้ำยาผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ขนแปรงแห้งและกระด้าง ไม่ควรแช่แปรงในน้ำนานๆ เพราะจะทำให้ขนแปรงจะร่วงหลุดได้ง่าย
วิธีทำความสะอาดแปรงที่ถูกต้อง
1. หยอดแชมพูสระผมหยดเล็กๆ ลงบนฝ่ามือ
2. ชุบขนแปรงพอเปียก แล้วปาดไป-มาบนหยดแชมพูให้เกิดฟองอย่างเบามือ
3. เมื่อทั่วแล้ว ล้างฟองออกให้หมดใช้ผ้านุ่มๆ ซับน้ำให้แห้ง
4. ตากพาดกับโต๊ะให้ขนแปรงยื่นพ้นขอบโต๊ะออกมา
5. อย่าให้ขนแปรงสัมผัสสิ่งใดๆ ขณะตาก เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นและเสียรูปทรงได้
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">  <a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2011/06/01_115.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-82" title="01_115" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2011/06/01_115-253x300.jpg" alt="" width="253" height="300" /></a>     <span style="color: #3366ff;"> </span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">ไม่ว่าสาวๆ จะแต่งหน้าด้วยตัวเองหรือไม่ก็ตาม  คุณควรจะมีแปรงแต่งหน้าดีๆ ไว้ใช้ส่วนตัวสัก 2-3 อัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะแปรงสามารถเป็นผู้ช่วยที่ดียามฉุกเฉินในวันงานได้เป็นอย่างดี <br />
ลักษณะของแปรงที่ดี</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">   ขนแปรงต้องนุ่มไม่ระคายผิว  หากใช้เพื่อทาลิปสติกหรือคอนซีลเลอร์  ต้องแข็งแรงพอที่จะสามารถปาดหรือเกลี่ยเครื่องสำอางที่มีความเข้มข้นสูงได้  หากใช้สำหรับตาแก้มและผิวหน้า ควรมีขนนุ่มและฟูเพื่อปัดผงแป้งให้กระจายทั่วบริเวณ</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">วิธีทดสอบแปรง</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">   ปัดแป้งลงบนส่วนของใบหน้าที่ต้องการแต่ง แล้วดูว่าขนแปรงให้ความรู้สึกนุ่มนวลขนาดไหน หรืออาจปาดลงบนฝ่ามือ แล้วดูว่ามีขนร่วงหลุดหรือไม่ อย่าลืมสังเกตดู ด้ามแปรงด้วย คือต้องไม่ยาวเกินไป เพราะจะทำให้การคุมทิศทางการปัดยากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">วิธีการดูแลรักษาแปรง</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">   ทำความสะอาดแปรงด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ ทุกๆ 3-5 เดือน ห้ามล้างด้วยน้ำยาผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ขนแปรงแห้งและกระด้าง ไม่ควรแช่แปรงในน้ำนานๆ เพราะจะทำให้ขนแปรงจะร่วงหลุดได้ง่าย</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">วิธีทำความสะอาดแปรงที่ถูกต้อง</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">1. หยอดแชมพูสระผมหยดเล็กๆ ลงบนฝ่ามือ<br />
2. ชุบขนแปรงพอเปียก แล้วปาดไป-มาบนหยดแชมพูให้เกิดฟองอย่างเบามือ<br />
3. เมื่อทั่วแล้ว ล้างฟองออกให้หมดใช้ผ้านุ่มๆ ซับน้ำให้แห้ง<br />
4. ตากพาดกับโต๊ะให้ขนแปรงยื่นพ้นขอบโต๊ะออกมา<br />
5. อย่าให้ขนแปรงสัมผัสสิ่งใดๆ ขณะตาก เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นและเสียรูปทรงได้</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=81</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ปัดแก้ม” อย่างไรให้ดูเป็นธรรมชาติ</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=77</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=77#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2011 13:57:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=77</guid>
		<description><![CDATA[
1. ก่อนที่จะลงเมกอัพ ให้คุณล้างหน้าในน้ำอุ่นซะก่อน หลังจากนั้นทำความสะอาดใบหน้าอย่างอ่อนโยนและ
ค่อยๆ ซับหน้าให้แห้ง และอย่าได้ขัดถูใบหน้าเชียวนะคะ ริ้วรอยจะถามหาเอาซะก่อน
2. หลังจากอาบน้ำแล้ว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้าซะหน่อยด้วยครีมหรือโลชั่น เสร็จแล้วรอให้หน้าแห้งค่ะ
3. ลงรองพื้นบางๆ เพื่อความเป็นธรรมชาติ
4. คราวนี้ก็ลงบลัชออนได้แล้วค่ะ โดยเลือกสีบลัชออนที่ทำให้พวงแก้มของคุณดูเป็นธรรมชาติ อย่าง สาวๆ ที่มีผิวขาวหน่อย เลือกใช้ชมพูส้ม หรือชมพูกลีบกุหลาบ ส่วนสาวที่มีผิวสีแทนก็เลือกใช้โทนสีเข้มกว่านั้น และพยายามหลีกเลี่ยงบลัชออนสีส้มนะคะ เพราะมันเป็นสีที่ทำให้พวงแก้มคุณดูหลอกเอามากๆ เลยค่ะ
5. เลือกใช้พู่กันปัดแก้มขนาดใหญ่ที่สะอาดและมีขนนุ่มๆ เพื่อปัดแก้มค่ะ เพราะจะทำให้สีกลมกลืนไปกับผิว
แบบเนียนๆ มองไม่ออกว่าคุณเริ่มปัดตรงไหนและไปสิ้นสุดตรงไหน หลีกเลี่ยงการใช้ทิชชู หรือพู่กันเล็กๆ ในการปัดแก้มนะคะ
6. อย่าปัดบลัชออนใกล้จมูกมากเกินไป ควรปัดให้ห่างจากจมูกมาหน่อย และเวลาปัดให้ปัดแค่ 3-5 ครั้งเป็นพอ เพราะถ้ามากกว่านั้นแล้วสีจะดูเข้มไป ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติค่ะ
7. เสร็จแล้วให้ปิดท้ายด้วยแป้งที่มีประกายสว่างใส โดยปัดลงที่บริเวณโหนกแก้ม และแนวคิ้ว เพื่อเพิ่มความสว่างใสให้กับใบหน้าค่ะ
8. หากคุณใช้บลัชออนชนิดครีม ให้คุณบีบมันลงบนนิ้วก่อนที่จะเริ่มเกลี่ยจากโหนกแก้มไปจนถึงไรผม และ
เกลี่ยให้สีดูอ่อนลงและกลมกลืนไปกับผิวหน้าคุณ ขอแนะนำนิดนึงค่ะว่า&#8230; บลัชออนชนิดครีมนั้นเหมาะกับสาวๆ ที่มีผิวแห้ง หรือเหมาะกับการใช้ในฤดูหนาวนะคะ เพราะด้วยความที่มันเป็นครีมนี่แหละ ตัวการที่ทำให้ใบหน้าของคุณดูมันเลยล่ะ
9. ถ้าคุณเป็นคนผิวขาว แนะนำให้ใช้บลัชออนชนิดครีมสีสว่างๆ เป็นเบส ก่อนจะปัดทับด้วยบลัชออนชนิดฝุ่น เพื่อเพิ่มความสว่างใสให้กับใบหน้าได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ^^

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #800080;"><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2011/06/01_59.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-78" title="01_59" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2011/06/01_59-287x300.jpg" alt="" width="287" height="300" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800080;">1. ก่อนที่จะลงเมกอัพ ให้คุณล้างหน้าในน้ำอุ่นซะก่อน หลังจากนั้นทำความสะอาดใบหน้าอย่างอ่อนโยนและ<br />
ค่อยๆ ซับหน้าให้แห้ง และอย่าได้ขัดถูใบหน้าเชียวนะคะ ริ้วรอยจะถามหาเอาซะก่อน<br />
2. หลังจากอาบน้ำแล้ว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้าซะหน่อยด้วยครีมหรือโลชั่น เสร็จแล้วรอให้หน้าแห้งค่ะ<br />
3. ลงรองพื้นบางๆ เพื่อความเป็นธรรมชาติ<br />
4. คราวนี้ก็ลงบลัชออนได้แล้วค่ะ โดยเลือกสีบลัชออนที่ทำให้พวงแก้มของคุณดูเป็นธรรมชาติ อย่าง สาวๆ ที่มีผิวขาวหน่อย เลือกใช้ชมพูส้ม หรือชมพูกลีบกุหลาบ ส่วนสาวที่มีผิวสีแทนก็เลือกใช้โทนสีเข้มกว่านั้น และพยายามหลีกเลี่ยงบลัชออนสีส้มนะคะ เพราะมันเป็นสีที่ทำให้พวงแก้มคุณดูหลอกเอามากๆ เลยค่ะ<br />
5. เลือกใช้พู่กันปัดแก้มขนาดใหญ่ที่สะอาดและมีขนนุ่มๆ เพื่อปัดแก้มค่ะ เพราะจะทำให้สีกลมกลืนไปกับผิว<br />
แบบเนียนๆ มองไม่ออกว่าคุณเริ่มปัดตรงไหนและไปสิ้นสุดตรงไหน หลีกเลี่ยงการใช้ทิชชู หรือพู่กันเล็กๆ ในการปัดแก้มนะคะ<br />
6. อย่าปัดบลัชออนใกล้จมูกมากเกินไป ควรปัดให้ห่างจากจมูกมาหน่อย และเวลาปัดให้ปัดแค่ 3-5 ครั้งเป็นพอ เพราะถ้ามากกว่านั้นแล้วสีจะดูเข้มไป ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติค่ะ<br />
7. เสร็จแล้วให้ปิดท้ายด้วยแป้งที่มีประกายสว่างใส โดยปัดลงที่บริเวณโหนกแก้ม และแนวคิ้ว เพื่อเพิ่มความสว่างใสให้กับใบหน้าค่ะ<br />
8. หากคุณใช้บลัชออนชนิดครีม ให้คุณบีบมันลงบนนิ้วก่อนที่จะเริ่มเกลี่ยจากโหนกแก้มไปจนถึงไรผม และ<br />
เกลี่ยให้สีดูอ่อนลงและกลมกลืนไปกับผิวหน้าคุณ ขอแนะนำนิดนึงค่ะว่า&#8230; บลัชออนชนิดครีมนั้นเหมาะกับสาวๆ ที่มีผิวแห้ง หรือเหมาะกับการใช้ในฤดูหนาวนะคะ เพราะด้วยความที่มันเป็นครีมนี่แหละ ตัวการที่ทำให้ใบหน้าของคุณดูมันเลยล่ะ<br />
9. ถ้าคุณเป็นคนผิวขาว แนะนำให้ใช้บลัชออนชนิดครีมสีสว่างๆ เป็นเบส ก่อนจะปัดทับด้วยบลัชออนชนิดฝุ่น เพื่อเพิ่มความสว่างใสให้กับใบหน้าได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ^^</p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=77</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โทนสีของ “บลัชออน” มีอะไรบ้าง?</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=74</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=74#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2011 13:44:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=74</guid>
		<description><![CDATA[
1. พาสเทลพิ้งค์ เป็นสีที่ใช้ง่ายที่สุด เหมาะกับผิวขาวหากผิวคล้ำใช้จะทำให้หน้าดูซีด
2.ฮ็อตพิ้งค์ เป็นสีผสมกับพาสเทลพิ้งค์ ซึ่งเมื่อใช้แล้วจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
3.คอรัล เป็นโทนสีส้ม เหมาะกับผู้ที่มีผิวเหลืองหรือค่อนข้างคล้ำ
4.บรอนช์ ส่วนมากใช้ปัดบริเวณกรามหรือโหนกแก้ม เพื่อใช้แรเงาให้หน้าดูเรียวลง แต่ปัจจุบันไม่นิยมใช้
ชนิดของบลัชออน มีกี่ชนิด?
1.แบบครีม เมื่อทาแล้วจะทำให้สีดูเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ควรทาให้บางๆ เป็นธรรมชาติ วิธีการทาให้เป็นธรรมชาติ คือ ป้ายบลัชออนเล็กน้อยลงบนหลังมือ จากนั้นใช้ปลายนิ้วแตะเพื่ออุ่นเนื้อบลัชออน และจะทำให้สีเด่นชัดขึ้น จากนั้นแต้ม 3 จุดจากใต้ตา แล้วค่อยเกลี่ยบลัชออนให้เนียน
2.แบบเค้ก (ฝุ่น) เหมาะสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย ใช้ทาหลังทาแป้ง ปัดวนบริเวณโหนกแก้ม
3.แบบผสม เป็นการใช้ 2 แบบผสมกันคือทาแบบครีมหลังเบสแล้วทาแป้งทับ จากนั้นจึงใช้แบบเค้ก(ฝุ่น) ซ้ำอีกที เพื่อช่วยลดความมันเงาและทำให้บลัชออนทนติดนาน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #800080;"><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2011/06/Big_130278155851.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-75" title="Big_130278155851" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2011/06/Big_130278155851-215x300.jpg" alt="" width="215" height="300" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800080;">1. พาสเทลพิ้งค์ เป็นสีที่ใช้ง่ายที่สุด เหมาะกับผิวขาวหากผิวคล้ำใช้จะทำให้หน้าดูซีด<br />
2.ฮ็อตพิ้งค์ เป็นสีผสมกับพาสเทลพิ้งค์ ซึ่งเมื่อใช้แล้วจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ<br />
3.คอรัล เป็นโทนสีส้ม เหมาะกับผู้ที่มีผิวเหลืองหรือค่อนข้างคล้ำ<br />
4.บรอนช์ ส่วนมากใช้ปัดบริเวณกรามหรือโหนกแก้ม เพื่อใช้แรเงาให้หน้าดูเรียวลง แต่ปัจจุบันไม่นิยมใช้<br />
ชนิดของบลัชออน มีกี่ชนิด?<br />
1.แบบครีม เมื่อทาแล้วจะทำให้สีดูเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ควรทาให้บางๆ เป็นธรรมชาติ วิธีการทาให้เป็นธรรมชาติ คือ ป้ายบลัชออนเล็กน้อยลงบนหลังมือ จากนั้นใช้ปลายนิ้วแตะเพื่ออุ่นเนื้อบลัชออน และจะทำให้สีเด่นชัดขึ้น จากนั้นแต้ม 3 จุดจากใต้ตา แล้วค่อยเกลี่ยบลัชออนให้เนียน<br />
2.แบบเค้ก (ฝุ่น) เหมาะสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย ใช้ทาหลังทาแป้ง ปัดวนบริเวณโหนกแก้ม<br />
3.แบบผสม เป็นการใช้ 2 แบบผสมกันคือทาแบบครีมหลังเบสแล้วทาแป้งทับ จากนั้นจึงใช้แบบเค้ก(ฝุ่น) ซ้ำอีกที เพื่อช่วยลดความมันเงาและทำให้บลัชออนทนติดนาน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=74</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการแต่งหน้าแบบสาวหวานโรแมนติก</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=62</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=62#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Dec 2010 11:10:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สาวหน้าหวานแต่งหน้าแบบไหนดี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคแต่งหน้าแบบสาวหวานโรแมนติก]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งสวยก่อนออกเดท]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าสวยหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าสไตล์สาวหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[
เทคนิคการแต่งหน้าแบบสาวหวานโรแมนติก
            ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย แต่เทรนด์การแต่งหน้าสไตล์สาวหวานชวนฝัน ก็ยังคงฮอตฮิตติดอับดับในใจสาวๆ เสมอ เพราะดูแล้วสบายตา น่าเข้าหา และเหมาะกับงานทุกประเภท วันนี้เราเลยมีเทคนิคแต่งหน้าแบบง่ายๆ เพื่อให้คุณกลายเป็นสาวหวานผู้น่ารัก
1. ลงรองพื้นแบบน้ำ (Liquid foundation) ให้ทั่วหน้าเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียน ก่อนเริ่มการแต่งหน้า ขั้นต่อไป
ทา รองพื้นชนิดปกปิด หรือ คอนซิลเลอร์ (Concealer) บริเวณ ข้างจมูก คาง และ เน้นใต้ตาโดยเฉพาะ หากคุณมีขอบตาที่คล้ำ
2. ทาแป้งฝุ่นให้ทั่วหน้า แล้วเกลี่ยจนนวลเนียน
3. เขียนคิ้วให้เข้ารูปโดยใช้สีน้ำตาลอ่อน เริ่มจากหัวคิ้วไปกลางคิ้วไป และ กลางคิ้วมาหางคิ้ว
4. ลงมือทาตา โดยเริ่มทำการไฮไลท์ (Hightlight) ส่วนใต้คิ้ว กลางเปลือกตา โดยใช้สีครีม ชั้นถัดมาให้ใช้สีชมพูเนื้อทาเปลือกตา ส่วนกลางตา และเกลี่ยให้เรียบเนียน
5. ใช้สีแต่งตาสีน้ำตาลระบายตรงบริเวณปลายหางตา แล้วใช้พู่กันเกลี่ยให้เข้ากัน และให้ดูเนียน
6. เลือกใช้สีทาตา สีชมพูอ่อน หรือ ขาวครีม เพื่อเริ่มทำการไฮไลท์ (Hightlight) หัวตาทั้งบนและล่าง รวมถึงกลางเปลือกตา และโหนกคิ้วส่วนใต้คิ้วทั้งสองข้างอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ดูตาสดใส มีมิติ
7. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/12/102683686.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-64" title="102683686" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/12/102683686-201x300.jpg" alt="" width="201" height="300" /></a></strong></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>เทคนิคการแต่งหน้าแบบสาวหวานโรแมนติก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">            ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย แต่เทรนด์การแต่งหน้าสไตล์สาวหวานชวนฝัน ก็ยังคงฮอตฮิตติดอับดับในใจสาวๆ เสมอ เพราะดูแล้วสบายตา น่าเข้าหา และเหมาะกับงานทุกประเภท วันนี้เราเลยมีเทคนิคแต่งหน้าแบบง่ายๆ เพื่อให้คุณกลายเป็นสาวหวานผู้น่ารัก</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">1. ลงรองพื้นแบบน้ำ (Liquid foundation) ให้ทั่วหน้าเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียน ก่อนเริ่มการแต่งหน้า ขั้นต่อไป</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">ทา รองพื้นชนิดปกปิด หรือ คอนซิลเลอร์ (Concealer) บริเวณ ข้างจมูก คาง และ เน้นใต้ตาโดยเฉพาะ หากคุณมีขอบตาที่คล้ำ</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">2. ทาแป้งฝุ่นให้ทั่วหน้า แล้วเกลี่ยจนนวลเนียน</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">3. เขียนคิ้วให้เข้ารูปโดยใช้สีน้ำตาลอ่อน เริ่มจากหัวคิ้วไปกลางคิ้วไป และ กลางคิ้วมาหางคิ้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">4. ลงมือทาตา โดยเริ่มทำการไฮไลท์ (Hightlight) ส่วนใต้คิ้ว กลางเปลือกตา โดยใช้สีครีม ชั้นถัดมาให้ใช้สีชมพูเนื้อทาเปลือกตา ส่วนกลางตา และเกลี่ยให้เรียบเนียน</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">5. ใช้สีแต่งตาสีน้ำตาลระบายตรงบริเวณปลายหางตา แล้วใช้พู่กันเกลี่ยให้เข้ากัน และให้ดูเนียน</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">6. เลือกใช้สีทาตา สีชมพูอ่อน หรือ ขาวครีม เพื่อเริ่มทำการไฮไลท์ (Hightlight) หัวตาทั้งบนและล่าง รวมถึงกลางเปลือกตา และโหนกคิ้วส่วนใต้คิ้วทั้งสองข้างอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ดูตาสดใส มีมิติ</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">7. ใช้สีแต่งตาสีน้ำตาลเข้ม ทาตรงขอบตาล่างจากหางตาถึงกลางตาให้เป็นเส้นเล็กๆ</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">8. ทำการไฮไลท์ (Hightlight) จมูก เพื่อให้ดูโด่ง รวมถึงโหนกแก้มทั้งสองข้างให้ผิวดูสว่าง</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">9. เขียนขอบตา โดยให้ตวัดหางตาขึ้น 45 องศา</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">10. ดัดขนตาแล้วปัดมาสคาร่าให้ขนตางอนงาม</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">11. ปัดแก้มด้วยสีชมพูอ่อน โดยให้กะระยะจากใต้ตาลงมาที่แก้มประมาณสองนิ้วมือ แล้วลงมือปัดแก้มบางๆ</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">12. ทาลิปสติกสีชมพูนู้ด หรือชมพูนมเย็น แล้วทาลิปกลอสสีใสเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนแล้วค่ะ ^^</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=62</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งหน้าไปงานปาร์ตี้</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=55</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=55#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2010 08:06:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สวยใสก่อนไปปาร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งสวยก่อนไปปาร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าสวย]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าออกงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าไปงานปาร์ตี้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[
Tips &#38; Trick แต่งหน้าไปงานปาร์ตี้
- สไตล์การแต่งหน้า 
            ต้องดูเป็นธรรมชาติ เพราะถ้างานปาร์ตี้เล็กๆ จะจัดแบบใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ลองใช้สีทองเมทัลลิกหรือแดงเบอร์กันดี ที่ให้ดูง่ายๆ
- เมกอัพแบบธรรมชาติ
            จะเน้นการแต่งดวงตา หรือริมฝีปากอย่างใดอย่างหนึ่ง ลองใช้สีสันใหม่ๆ และทำให้ผิวต้องดูเป็นธรรมชาติ
- มิกซ์แอนด์แมตช์
            ลองสิ่งที่ปกติแต่งไม่ได้ อย่างแต่งดวงตาแบบเมทัลลิก สโมกกี้ หรือใช้อายไลเนอร์กลิตเตอร์ ให้ดวงตาดูระยิบระยับ ทาปากด้วยสีแดงเบอร์กันดี จะเข้ากันได้ดีกับเสื้อผ้าสีดำ
- แต่งหน้าด้วยกลิตเตอร์
            เลือกเติมชิมเมอร์เพียงบริเวณเดียว อาจเป็นดวงตา แก้ม ปาก หรือเล็บ
- ลุคที่สวยทุกปาร์ตี้
            ผู้หญิงส่วนใหญ่จะดูสวยด้วยสีทอง ซึ่งสามารถแต่งได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
- เทรนด์การแต่งหน้าสำหรับปาร์ตี้
            ลองใช้สีเมทัลลิกที่ดวงตา ใช้กลิตเตอร์เม็ดเล็กๆ ส่วนริมฝีปากต้องใช้สีแดงเบอร์กันดี และเนื้อลิปไม่ควรแวววาว
- สีเมกอัพเข้ากับสีเสื้อ 
            ให้เลือกสีเมกอัพเข้ากับเสื้อผ้า ที่เป็นโทนสีเดียวกันแต่ต้องคนละเฉด คือ ถ้าชุดสีแดง ควรทาริมฝีปากสีน้ำตาลแดง
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #800080;"><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/201010071286432534.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="201010071286432534" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/201010071286432534-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/201010071286432537.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-57" title="201010071286432537" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/201010071286432537-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></span></p>
<p><span style="color: #800080;">Tips &amp; Trick แต่งหน้าไปงานปาร์ตี้</span><br />
<span style="color: #800080;">- สไตล์การแต่งหน้า </span></p>
<p><span style="color: #800080;">            ต้องดูเป็นธรรมชาติ เพราะถ้างานปาร์ตี้เล็กๆ จะจัดแบบใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ลองใช้สีทองเมทัลลิกหรือแดงเบอร์กันดี ที่ให้ดูง่ายๆ</span><br />
<span style="color: #800080;">- เมกอัพแบบธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="color: #800080;">            จะเน้นการแต่งดวงตา หรือริมฝีปากอย่างใดอย่างหนึ่ง ลองใช้สีสันใหม่ๆ และทำให้ผิวต้องดูเป็นธรรมชาติ</span><br />
<span style="color: #800080;">- มิกซ์แอนด์แมตช์</span></p>
<p><span style="color: #800080;">            ลองสิ่งที่ปกติแต่งไม่ได้ อย่างแต่งดวงตาแบบเมทัลลิก สโมกกี้ หรือใช้อายไลเนอร์กลิตเตอร์ ให้ดวงตาดูระยิบระยับ ทาปากด้วยสีแดงเบอร์กันดี จะเข้ากันได้ดีกับเสื้อผ้าสีดำ</span><br />
<span style="color: #800080;">- แต่งหน้าด้วยกลิตเตอร์</span></p>
<p><span style="color: #800080;">            เลือกเติมชิมเมอร์เพียงบริเวณเดียว อาจเป็นดวงตา แก้ม ปาก หรือเล็บ</span><br />
<span style="color: #800080;">- ลุคที่สวยทุกปาร์ตี้</span></p>
<p><span style="color: #800080;">            ผู้หญิงส่วนใหญ่จะดูสวยด้วยสีทอง ซึ่งสามารถแต่งได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง</span><br />
<span style="color: #800080;">- เทรนด์การแต่งหน้าสำหรับปาร์ตี้</span></p>
<p><span style="color: #800080;">            ลองใช้สีเมทัลลิกที่ดวงตา ใช้กลิตเตอร์เม็ดเล็กๆ ส่วนริมฝีปากต้องใช้สีแดงเบอร์กันดี และเนื้อลิปไม่ควรแวววาว</span><br />
<span style="color: #800080;">- สีเมกอัพเข้ากับสีเสื้อ </span></p>
<p><span style="color: #800080;">            ให้เลือกสีเมกอัพเข้ากับเสื้อผ้า ที่เป็นโทนสีเดียวกันแต่ต้องคนละเฉด คือ ถ้าชุดสีแดง ควรทาริมฝีปากสีน้ำตาลแดง</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=55</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากสวยสดใส</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=52</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=52#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2010 07:27:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[ปากชมพูน่าจูจุ๊บ]]></category>
		<category><![CDATA[ปากสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ปากสีชมพูดูสุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[ริมฝีปากสุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากสวยสดใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=52</guid>
		<description><![CDATA[
Tips &#38; Tricks
- เลือกลิปสติกสีชมพูแบบเนื้อด้าน (Matte)                                                                                                                                                                                            &#8211; ใช้ปลายนิ้วแต้มลิปสติกลงบนเรียวปาก เพื่อให้สีดูอ่อนใส และไม่มีขอบสีเข้มๆ ที่รอบขอบปาก
- เส้นรอบปากที่สะอาดเนี้ยบคือหัวใจสำคัญ ถ้ามีรอยสีเลอะออกมา ให้ใช้คอนซีลเลอร์หรือรองพื้นแต้มทับรอยเปื้อน เพื่อให้ขอบปากเรียบเนียนที่สุด
- ถ้าชอบกลอสเป็นชีวิตจิตใจและทนริมฝีปากด้านๆ ไม่ได้ ให้แต้มทับด้วยวาสลีนเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ริมฝีปากของสาวๆ ดูชุ่มฉ่ำนิดๆ และไม่หยาดเยิ้มจนเกินไป
 

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/j_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-53" title="j_1" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/j_1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></span></p>
<div><span style="color: #339966;">Tips &amp; Tricks<br />
- เลือกลิปสติกสีชมพูแบบเนื้อด้าน (Matte)                                                                                                                                                                                            &#8211; ใช้ปลายนิ้วแต้มลิปสติกลงบนเรียวปาก เพื่อให้สีดูอ่อนใส และไม่มีขอบสีเข้มๆ ที่รอบขอบปาก<br />
- เส้นรอบปากที่สะอาดเนี้ยบคือหัวใจสำคัญ ถ้ามีรอยสีเลอะออกมา ให้ใช้คอนซีลเลอร์หรือรองพื้นแต้มทับรอยเปื้อน เพื่อให้ขอบปากเรียบเนียนที่สุด<br />
- ถ้าชอบกลอสเป็นชีวิตจิตใจและทนริมฝีปากด้านๆ ไม่ได้ ให้แต้มทับด้วยวาสลีนเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ริมฝีปากของสาวๆ ดูชุ่มฉ่ำนิดๆ และไม่หยาดเยิ้มจนเกินไป</span></div>
<p><span style="color: #339966;"> </p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=52</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งหน้าลุคใสๆ ในฤดูหนาว</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=45</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=45#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2010 04:57:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีใช้เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[สไตล์การแต่งหน้าในหน้าหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าลุคใสๆ ในฤดูหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าสวยในในฤดูหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้าสวยใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[           
            เข้าหน้าหนาวกันแบบเต็มตัวแล้วค่ะคุณสาว วันนี้ Beauty เลยมีเคล็ดลับเก๋ๆ สำหรับแต่งหน้าสวยต้อนรับลมหนาว ให้เข้ากับบรรยากาศสุดโรแมนติก มากฝากกันค่ะ ^^
1. ลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และไม่ให้ผิวเป็นขุยได้ง่ายๆ
2. ทารองพื้น คอนซีลเลอร์ ให้เรียบร้อย หากใครอยากให้เครื่องสำอางติดทนนานหน่อยก็ลงไพรเมอร์ไปด้วย แต่แนะนำให้บางๆ เท่านั้นนะคะ เพราะเราจะเน้นลุคใสๆ ค่ะ เสร็จแล้วก็ลงแป้งฝุ่นให้เรียบร้อย
3. ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลวาดคิ้วให้โค้งสวย เน้นความเข้มบริเวณหัวคิ้วเล็กน้อย
4. ทาอายแชโดว์สีขาวประกายมุกให้ทั่วเปลือกตา และอย่าลืมบริเวณใต้แนวคิ้วด้วยล่ะ
5. ใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนทาบริเวณพื้นที่ใต้รอยพับตา แล้วเกลี่ยไปบริเวณหางตาให้เลยขึ้นมาด้านบนรอยพับตาเล็กน้อย
6. กรีดอายไลเนอร์บางๆ โดยไม่ต้องตวัดหางให้โค้ง แต่กรีดไปตามแนวขนตาเท่านั้น
7. ใช้อายแชโดว์สีขาวประกายมุกทาบริเวณใต้ตา เพื่อให้ดวงตาดูโตกลมใส
8. ปัดมาสคาร่าชนิดค่อนข้างหนา เพื่อเน้นความเด่นของดวงตามากขึ้น
9. ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูส้มอ่อน บริเวณโหนกแก้ม และริมสันจมูกบางๆ
10. ทาลิปกลอสแวววาวสีชมพูอมส้มใส ๆ เพิ่มเสน่ห์ให้กับริมฝีปากค่ะ
            เพียงเท่านี้ สาวๆ ก็จะได้เปลี่ยนลุคเป็นสาวหวานใส ต้อนรับฤดูหนาว และแมทสุดๆ กับแฟชั่น Winterได้แล้วค่ะ

 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">         <a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/Solki_31.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-49" title="Solki_3" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/Solki_31-267x300.jpg" alt="" width="267" height="300" /></a>  </p>
<p>           <span style="color: #ff00ff;"> เข้าหน้าหนาวกันแบบเต็มตัวแล้วค่ะคุณสาว วันนี้ Beauty เลยมีเคล็ดลับเก๋ๆ สำหรับแต่งหน้าสวยต้อนรับลมหนาว ให้เข้ากับบรรยากาศสุดโรแมนติก มากฝากกันค่ะ ^^<br />
1. ลงมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และไม่ให้ผิวเป็นขุยได้ง่ายๆ<br />
2. ทารองพื้น คอนซีลเลอร์ ให้เรียบร้อย หากใครอยากให้เครื่องสำอางติดทนนานหน่อยก็ลงไพรเมอร์ไปด้วย แต่แนะนำให้บางๆ เท่านั้นนะคะ เพราะเราจะเน้นลุคใสๆ ค่ะ เสร็จแล้วก็ลงแป้งฝุ่นให้เรียบร้อย<br />
3. ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลวาดคิ้วให้โค้งสวย เน้นความเข้มบริเวณหัวคิ้วเล็กน้อย<br />
4. ทาอายแชโดว์สีขาวประกายมุกให้ทั่วเปลือกตา และอย่าลืมบริเวณใต้แนวคิ้วด้วยล่ะ<br />
5. ใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนทาบริเวณพื้นที่ใต้รอยพับตา แล้วเกลี่ยไปบริเวณหางตาให้เลยขึ้นมาด้านบนรอยพับตาเล็กน้อย<br />
6. กรีดอายไลเนอร์บางๆ โดยไม่ต้องตวัดหางให้โค้ง แต่กรีดไปตามแนวขนตาเท่านั้น<br />
7. ใช้อายแชโดว์สีขาวประกายมุกทาบริเวณใต้ตา เพื่อให้ดวงตาดูโตกลมใส<br />
8. ปัดมาสคาร่าชนิดค่อนข้างหนา เพื่อเน้นความเด่นของดวงตามากขึ้น<br />
9. ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูส้มอ่อน บริเวณโหนกแก้ม และริมสันจมูกบางๆ<br />
10. ทาลิปกลอสแวววาวสีชมพูอมส้มใส ๆ เพิ่มเสน่ห์ให้กับริมฝีปากค่ะ<br />
            เพียงเท่านี้ สาวๆ ก็จะได้เปลี่ยนลุคเป็นสาวหวานใส ต้อนรับฤดูหนาว และแมทสุดๆ กับแฟชั่น Winterได้แล้วค่ะ</p>
<p></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=45</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับง่ายๆ ให้ดวงตากลมโต</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=37</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=37#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2010 04:48:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนแทคเลนส์ตาโต]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับง่ายๆ ให้ดวงตากลมโต]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคแต่งหน้าให้ดูตาแบ๊ว]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งตาให้ดูกลมโต]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งตาให้ดูแบ๊ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[
เคล็ดลับง่ายๆ ให้ดวงตากลมโต
             เทรนด์ตากลมโตสุดแบ๊วขอบอกว่าของเค้าแรงจริงๆ ค่ะ ฮิตแบบยาวนานและต่อเนื่อง การันตีว่ายังไงก็ไม่มี Out แต่ถ้าอยากให้เริ่ดเข้าขั้น เรามาเพิ่มความเจิดขึ้นอีกนิด กับเทคนิคการแต่งดวงตาให้ดูกลมโต สวยน่ารัก ลองทำดูกันนะคะ
1. เขียนขอบตาด้านใน ใช้ดินสอเขียนตาที่ไส้ไม่แข็งเกินไป เขียนขอบตาด้านในทั้งบนและล่าง จะทำให้ดวงตาคุณโตขึ้นและคมขึ้น
2. ดัดขนตาและปัดมาสคาร่า โดยปัดมาสคาร่าที่เน้นความหนาเป็นพิเศษ แล้วปัดขนตา 2-3 ครั้ง จะทำให้ขนตาดูหนาเป็นธรรมชาติ รวมถึงอย่าลืมปัดขนตาด้านล่างด้วยนะคะ เพราะนี่คือกุญแจของการมีดวงตากลมโตเลยทีเดียว
3. อย่าเบื่อการใส่ขนตาปลอม เพราะมันทำให้ดวงตาคุณโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ควรเลือกเอาที่เป็นธรรมชาติหน่อย และที่สำคัญ การติดขนตาที่แนวขนตาด้านล่างก็ไม่เลวเหมือนกันนะคะ
4. รูปทรงคิ้วมีผลต่อดวงตา คิ้วหนาทำให้ดวงตาดูโตกว่าคิ้วบางๆ แต่หากคุณเป็นสาวคิ้วหนาที่หนาเกินไป จะกันคิ้วให้โค้งสวยนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่พยายามอย่ากันคิ้วจนเหลือเพียงเส้นบาง ๆ นะคะ เพราะมันไม่ได้ทำให้ดวงตาคุณดูโดดเด่นเลย แต่มันจะทำให้ดวงตาคุณดูโป๊แปลกๆ พิกล ส่วนสาวๆ ที่มีคิ้วบาง ให้เขียนคิ้วโดยเน้นที่หัวคิ้วให้เข้มหน่อย ก็จะดูเป็นสาวคิ้วเข้มขึ้นแล้วล่ะค่ะ
5. อายแชโดว์สีขาวมุกสร้างความมหัศจรรย์ สีขาวมุกเป็นสีที่ทำให้ใบหน้าสว่างสดใส หากสาวๆ อยากจะเน้นดวงตาคู่สวยให้ดูโดดเด่นขึ้น ให้คุณแต่งตาโทนสีขาวจะดีมาก เช่น ขาวชมพู ขาวเหลือง หรือขาวม่วง แต่อย่าลืมเน้นอายแชโดว์สีขาวบริเวณใต้ตาและหัวตาเล็กน้อย วิธีนี้จะทำให้ดวงตากลมสวยจนคุณเองก็ต้องทึ่งเลยทีเดียว ^^
 

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/20090518-171232.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-38" title="-20090518-171232" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/11/20090518-171232.jpg" alt="" width="287" height="296" /></a></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>เคล็ดลับง่ายๆ ให้ดวงตากลมโต</strong></span></p>
<div><span style="color: #3366ff;">             เทรนด์ตากลมโตสุดแบ๊วขอบอกว่าของเค้าแรงจริงๆ ค่ะ ฮิตแบบยาวนานและต่อเนื่อง การันตีว่ายังไงก็ไม่มี Out แต่ถ้าอยากให้เริ่ดเข้าขั้น เรามาเพิ่มความเจิดขึ้นอีกนิด กับเทคนิคการแต่งดวงตาให้ดูกลมโต สวยน่ารัก ลองทำดูกันนะคะ<br />
1. เขียนขอบตาด้านใน ใช้ดินสอเขียนตาที่ไส้ไม่แข็งเกินไป เขียนขอบตาด้านในทั้งบนและล่าง จะทำให้ดวงตาคุณโตขึ้นและคมขึ้น<br />
2. ดัดขนตาและปัดมาสคาร่า โดยปัดมาสคาร่าที่เน้นความหนาเป็นพิเศษ แล้วปัดขนตา 2-3 ครั้ง จะทำให้ขนตาดูหนาเป็นธรรมชาติ รวมถึงอย่าลืมปัดขนตาด้านล่างด้วยนะคะ เพราะนี่คือกุญแจของการมีดวงตากลมโตเลยทีเดียว<br />
3. อย่าเบื่อการใส่ขนตาปลอม เพราะมันทำให้ดวงตาคุณโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ควรเลือกเอาที่เป็นธรรมชาติหน่อย และที่สำคัญ การติดขนตาที่แนวขนตาด้านล่างก็ไม่เลวเหมือนกันนะคะ<br />
4. รูปทรงคิ้วมีผลต่อดวงตา คิ้วหนาทำให้ดวงตาดูโตกว่าคิ้วบางๆ แต่หากคุณเป็นสาวคิ้วหนาที่หนาเกินไป จะกันคิ้วให้โค้งสวยนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่พยายามอย่ากันคิ้วจนเหลือเพียงเส้นบาง ๆ นะคะ เพราะมันไม่ได้ทำให้ดวงตาคุณดูโดดเด่นเลย แต่มันจะทำให้ดวงตาคุณดูโป๊แปลกๆ พิกล ส่วนสาวๆ ที่มีคิ้วบาง ให้เขียนคิ้วโดยเน้นที่หัวคิ้วให้เข้มหน่อย ก็จะดูเป็นสาวคิ้วเข้มขึ้นแล้วล่ะค่ะ<br />
5. อายแชโดว์สีขาวมุกสร้างความมหัศจรรย์ สีขาวมุกเป็นสีที่ทำให้ใบหน้าสว่างสดใส หากสาวๆ อยากจะเน้นดวงตาคู่สวยให้ดูโดดเด่นขึ้น ให้คุณแต่งตาโทนสีขาวจะดีมาก เช่น ขาวชมพู ขาวเหลือง หรือขาวม่วง แต่อย่าลืมเน้นอายแชโดว์สีขาวบริเวณใต้ตาและหัวตาเล็กน้อย วิธีนี้จะทำให้ดวงตากลมสวยจนคุณเองก็ต้องทึ่งเลยทีเดียว ^^</span></div>
<p><span style="color: #3366ff;"> </p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=37</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=26</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=26#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2010 02:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกใช้เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[การเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด
 
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกาย เมื่อได้รับแสงแดด เซลล์ผิวหนังจะสร้างเม็ดสี เมลานิน (melanin pigment) เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น (tanning) และบางคนอาจเกิดปัญหาเป็นฝ้า ถ้าได้รับแสงแดดจัดมากอาจเกิดอาการแดง (erythrema) หรืออาการถูกแดดเผา (sunburn) นอกจากนี้รังสีอุลตร้าไวโอเลต หรือรังสียูวีในแสงแดดอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นในขณะที่แสงแดดจัดจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ควรใช้เครื่องสำอางที่ผสมสารป้องกันแสงแดดเพื่อช่วยป้องกันรังสียูวี เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดเป็นสารควบคุมรวม 29 ชนิด ซึ่งกำหนดปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ด้วย ผู้ผลิตผู้นำเข้าต้องแจ้งรายละเอียดต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนผลิตหรือนำเข้า และที่ฉลากจะมีข้อความ “เครื่องสำอางควบคุม” พร้อมชื่อและปริมาณสารป้องกันแสงแดดซึ่งเป็นสารควบคุมนั้น สำหรับเครื่องสำอางป้องกันแสงแดดที่มีสารป้องกันแสงแดดที่ไม่ได้เป็นสารควบคุมจะจัดเป็นเครื่องสำอางทั่วไป
โดยทั่วไปเครื่องสำอางป้องกันแสงแดดจะมีสารป้องกันแสงแดดหลายชนิด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีทั้งยูวีเอและยูวีบี ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 320-400 นาโนเมตร และ 290-320 นาโนเมตรตามลำดับ ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวี (Sun Protection Factor, SPF) แตกต่างกันไป ค่า SPF ที่สูงแสดงว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้มาก กฎหมายของประชาคมยุโรป กำหนดให้ระบุค่า SPF ที่ฉลากเป็น 6, 10, 15, 20, 25, 30, 50 และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">การเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด<br />
 <a rel="attachment wp-att-27" href="http://www.beautygangshop.com/article/?attachment_id=27"><img class="alignnone size-medium wp-image-27" title="20080702060023177" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/06/20080702060023177-235x300.jpg" alt="" width="235" height="300" /></a></p>
<p>ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกาย เมื่อได้รับแสงแดด เซลล์ผิวหนังจะสร้างเม็ดสี เมลานิน (melanin pigment) เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น (tanning) และบางคนอาจเกิดปัญหาเป็นฝ้า ถ้าได้รับแสงแดดจัดมากอาจเกิดอาการแดง (erythrema) หรืออาการถูกแดดเผา (sunburn) นอกจากนี้รังสีอุลตร้าไวโอเลต หรือรังสียูวีในแสงแดดอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ <span id="more-26"></span>ดังนั้นในขณะที่แสงแดดจัดจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ควรใช้เครื่องสำอางที่ผสมสารป้องกันแสงแดดเพื่อช่วยป้องกันรังสียูวี เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดเป็นสารควบคุมรวม 29 ชนิด ซึ่งกำหนดปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ด้วย ผู้ผลิตผู้นำเข้าต้องแจ้งรายละเอียดต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนผลิตหรือนำเข้า และที่ฉลากจะมีข้อความ “เครื่องสำอางควบคุม” พร้อมชื่อและปริมาณสารป้องกันแสงแดดซึ่งเป็นสารควบคุมนั้น สำหรับเครื่องสำอางป้องกันแสงแดดที่มีสารป้องกันแสงแดดที่ไม่ได้เป็นสารควบคุมจะจัดเป็นเครื่องสำอางทั่วไป<br />
โดยทั่วไปเครื่องสำอางป้องกันแสงแดดจะมีสารป้องกันแสงแดดหลายชนิด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีทั้งยูวีเอและยูวีบี ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 320-400 นาโนเมตร และ 290-320 นาโนเมตรตามลำดับ ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวี (Sun Protection Factor, SPF) แตกต่างกันไป ค่า SPF ที่สูงแสดงว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้มาก กฎหมายของประชาคมยุโรป กำหนดให้ระบุค่า SPF ที่ฉลากเป็น 6, 10, 15, 20, 25, 30, 50 และ 50+ ชนิดและปริมาณของสารป้องกันแสงแดดที่มีในผลิตภัณฑ์ทำให้ค่า SPF ต่างกัน จากผลวิเคราะห์ปริมาณสารกันแดดในปี พ.ศ. 2550 รวม 66 ตัวอย่าง พบว่าไม่เข้ามาตรฐาน 6 ตัวอย่าง (ร้อยละ 9) ในจำนวนนี้มี 1 ตัวอย่างที่ตรวจไม่พบสารกันแดดตามที่ระบุที่ฉลาก สรุปได้ว่าสารกันแดดที่ตรวจพบมากที่สุดคือ octyl methoxycinnamate (52 จาก 66 ตัวอย่าง) รองลงมาคือ butyl methoxydibenzoyl methane และ benzophenone-3 โดยตรวจพบปริมาณอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0-9.9, 0.4-3.0 และ 1.0-6.1 โดยน้ำหนัก (%w/w) ตามลำดับ ซึ่งสารทั้ง 3 ชนิด เป็นสารควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 46) พ.ศ. 2550 และปริมาณที่ตรวจพบไม่เกินกฎหมายกำหนดคือ อนุญาตให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 10, 5 และ 10 โดยน้ำหนักตามลำดับ ทั้งนี้พบว่ามีการใช้สารกันแดดเพียงชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกันกับสารกันแดดชนิดอื่น โดยพบสูตรตำรับที่ใช้สารกันแดดสูงสุดถึง 7 ชนิด ในสูตรตำรับเดียวกัน<br />
ควรเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไปซึ่งจะป้องกันแสงแดดได้มากกว่า 90% ทั้งนี้ปริมาณสารกันแดดมากจะมีค่า SPF สูง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้มาก ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายหรือมีความไวต่อสารเคมีจึงควรทดสอบการแพ้ก่อน<br />
นอกจากนี้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดควรเป็นชนิดทนน้ำหรือทนเหงื่อ และควรทาก่อน ออกแดดอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์คือ เพื่อการสะท้อนหรือดูดกลืนรังสียูวี ทั้งนี้ควร ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าปกคลุมผิวหนังได้ทั่วถึง เลือกใช้รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับชนิดของผิว เป็นครีม โลชั่น หรือเจล นอกจากนี้ควรสังเกตวันหมดอายุ โดยทั่วไปกำหนดอายุ 2-3 ปี และไม่เก็บไว้ในที่ร้อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=26</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องสำอางผสมสารห้ามใช้</title>
		<link>http://www.beautygangshop.com/article/?p=15</link>
		<comments>http://www.beautygangshop.com/article/?p=15#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2010 00:44:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางผสมสาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางผสมสารห้ามใช้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางห้ามใช้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.beautygangshop.com/article/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[



เครื่องสำอางผสมสารห้ามใช้




ในปัจจุบันเครื่องสำอางที่ช่วยให้ใบหน้าขาวเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเครื่องสำอางดังกล่าวเป็นเครื่องสำอางทั่วไป จึงยังไม่มีการควบคุม การใช้สารสำคัญ ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่ช่วยทำให้ใบหน้าขาวขึ้น จากข้อมูล ผลวิเคราะห์พบว่ามีการลักลอบใช้สารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ช่วยให้ใบหน้า ขาวได้แก่ สารไฮโดรควิโนน, กรดเรทิโนอิก และปรอทแอมโมเนีย 
สารไฮโดรควิโนน มีคุณสมบัติในการฟอกสีผิว (Skin bleaching agent) เป็นสารที่เคยอนุญาต ให้ใช้ในครีมแก้ฝ้า แต่ภายหลังพบว่า สารไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการระคายเคือง และจุดด่างขาวที่หน้าผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย (ochronosis หรือ defiguring effect) นอกจากนี้พบว่า สารไฮโดรควิ-โนน มีความเป็นพิษ โดยมีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 320 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม พบว่ามีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ และก่อมะเร็งในหนู rat และ mice สามารถใช้เป็น สารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีม ที่ระดับความเข้มข้น 2-4 % สารไฮโดรควิโนน ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr valign="top" bgcolor="#ffffff">
<td colspan="2" align="center">
<div>เครื่องสำอางผสมสารห้ามใช้</div>
<hr noshade="noshade" /><a href="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/06/01977_002.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-16" title="เครื่องสำอาง" src="http://www.beautygangshop.com/article/wp-content/uploads/2010/06/01977_002-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></td>
</tr>
<tr valign="top" bgcolor="#ffffff">
<td colspan="2">
<dd>ในปัจจุบันเครื่องสำอางที่ช่วยให้ใบหน้าขาวเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเครื่องสำอางดังกล่าวเป็นเครื่องสำอางทั่วไป จึงยังไม่มีการควบคุม การใช้สารสำคัญ ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่ช่วยทำให้ใบหน้าขาวขึ้น จากข้อมูล ผลวิเคราะห์พบว่ามีการลักลอบใช้สารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ช่วยให้ใบหน้า ขาวได้แก่ <strong>สารไฮโดรควิโนน, กรดเรทิโนอิก และปรอทแอมโมเนีย</strong> <span id="more-15"></span></dd>
<dd>สารไฮโดรควิโนน มีคุณสมบัติในการฟอกสีผิว (Skin bleaching agent) เป็นสารที่เคยอนุญาต ให้ใช้ในครีมแก้ฝ้า แต่ภายหลังพบว่า สารไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการระคายเคือง และจุดด่างขาวที่หน้าผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย (ochronosis หรือ defiguring effect) นอกจากนี้พบว่า สารไฮโดรควิ-โนน มีความเป็นพิษ โดยมีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 320 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม พบว่ามีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ และก่อมะเร็งในหนู rat และ mice สามารถใช้เป็น สารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีม ที่ระดับความเข้มข้น 2-4 % สารไฮโดรควิโนน ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ตาม พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535</dd>
<dd></dd>
<dd></dd>
<dd></dd>
<dd><img src="http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_cosmetic/news/cos_0951/1021111.png" alt="" width="222" height="189" /></dd>
<dd>กรดเรทิโนอิก เป็นสารที่ช่วยให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง และหลุดลอก ได้ (peecling agent) จึงช่วยให้สิวเสี้ยนและผิวหนังที่หยาบกร้านหลุดลอกออกง่าย ขึ้นทำให้ผิวผ่องใสและนุ่มเนียน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ สารไฮโดรควิโนน จะช่วยให้ สารไฮโดรควิโนน ซึมเข้าสู่ผิวหนังและออกฤทธิ์ได้มากกว่าปกติ ความเป็นพิษ คือ ทำให้หน้าแดง และแสบร้อนรุนแรง เกิดการระคายเคือง อักเสบ แพ้แสงแดดหรือแสงไฟได้ง่าย เป็นอันตรายต่อทารก ในครรภ์ มีคุณสมบัติ teratogenesis มีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 2,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม กรด เรทิโนอิก ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และเป็นสารห้ามใช้ลำดับที่ 375 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ตามที่ปรากฏใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 80 ง ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 กรดเรทิโนอิกสามารถใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีมที่ระดับ ความเข้มข้น 0.01-0.1 %</dd>
<dd></dd>
<dd></dd>
<dd></dd>
<dd><img src="http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_cosmetic/news/cos_0951/10211112.png" alt="" width="200" height="200" /></dd>
<dd>ปรอทแอมโมเนีย ออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ทำให้ ลดการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน จึงช่วยให้ผิวขาวขึ้น ปรอทแอมโมเนีย มี ฤทธิ์ฆ่า เชื้อแบคทีเรีย ชนิด staphylococcus จึงป้องกันสิวได้ด้วย ปรอท แอมโมเนียสามารถ ทำลายไต ระบบประสาท เยื่อบุและทางเดินหายใจ การใช้ปรอทแอมโมเนียติดต่อกัน เป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมของสารปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแส โลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ทำลายสี ของผิวหนังและเล็บมือ ทำให้ผิวบางขึ้นเรื่อยๆ เกิดการแพ้หรือเป็นแผลเป็นได้ มี ความเป็นพิษเฉียบพลัน ค่า LD50 orally in rat เท่ากับ 86 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว หนู 1 กิโลกรัม ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และเป็นสารห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสม ใน การผลิตเครื่องสำอาง ลำดับที่ 221 ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอน พิเศษ 80 ง ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 โดยกำหนดชื่อสารห้ามใช้ คือ “ปรอท และสารประกอบของปรอท” </dd>
<dd>จากผลการตรวจวิเคราะห์ของกองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ในปีงบประมาณ 2547 ถึง มิถุนายน 2551 พบว่า ตรวจพบสารห้ามใช้ร้อยละ 31 (157 จาก 501 ตัวอย่าง), ร้อยละ 23 (72 จาก 317 ตัวอย่าง), ร้อยละ 23 (92 จาก 405 ตัวอย่าง), ร้อยละ 28 (146 จาก 531 ตัวอย่าง) และ ร้อยละ 15.4 (76 จาก 493 ตัวอย่าง) ตามลำดับ สารห้ามใช้ที่ตรวจพบมากที่สุด คือ ปรอทแอมโมเนีย โดยตรวจพบ ร้อยละของตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ทั้งหมด ดังนี้ ร้อยละ 14 (71 จาก 501 ตัวอย่าง), ร้อยละ 19.6 (62 จาก 317 ตัวอย่าง) ร้อยละ 10.6 (43 จาก 405 ตัวอย่าง), ร้อยละ 16.9 (90 จาก 531 ตัวอย่าง) และ ร้อยละ 8.5 (42 จาก 493 ตัวอย่าง) ตามลำดับ รองลงมาคือ ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน รวมกับกรดเรทิโนอิก และพบตัวอย่างที่มี สารไฮโดรควิโนน หรือ กรดเรทิโนอิกอย่างเดียว รองลงมาตามลำดับ จะเห็นว่า ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ยังคงพบสารห้ามใช้ทั้ง 3 ชนิด โดยไม่ได้ลดจำนวนลงเลย ตามกฎหมายใหม่ ด้านเครื่องสำอางของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายเครื่องสำอางอาเซียนกำหนด ให้เครื่องสำอางทุกชนิดเป็นเครื่องสำอางควบคุม เป็นผลให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งและจัดทำแฟ้ม ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อน ผลิตหรือนำเข้า ซึ่งจะทำให้การติดตามกำกับดูแลได้อย่างครอบคลุม ช่วยแก้ปัญหาการใช้สารห้ามใช้ ในเครื่องสำอางได้ </dd>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.beautygangshop.com/article/?feed=rss2&amp;p=15</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

